นอกจากสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตนาฬิกาชั้นนำระดับโลก
ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด งานฝีมือที่ประณีตไร้ที่ติ บวกกับดีไซน์ที่ทันสมัยและมีสไตล์อยู่เสมอ ทำให้นาฬิกาแบรนด์ญี่ปุ่นกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนรักนาฬิกาทั่วโลก
แม้ว่าจะมีแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นที่คุ้นหูอยู่มากมาย แต่แบรนด์ไหนกันล่ะที่เป็นที่สุด?
แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นที่ดีที่สุดยกให้ Seiko (ไซโก้) เพราะมีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ราคาสัมผัสได้ วัสดุคงทนทนทาน และมีดีไซน์ที่เหมาะกับทุกโอกาส ส่วน Casio, Citizen และ Orient ครองอันดับ 2 ร่วมกัน จากชื่อเสียง สไตล์ และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ยังมี Knot, Minase และ Hajime Asaoka ที่ติดอันดับแบรนด์น่าจับตามองในบทความนี้เช่นกัน
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับเรื่องน่ารู้ของแต่ละแบรนด์ ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อนาฬิกาญี่ปุ่น พร้อมแนะนำนาฬิการุ่นโปรดจากแต่ละแบรนด์ให้ได้ชมกันครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อนาฬิกาแบรนด์ญี่ปุ่น
เวลาที่คุณกำลังมองหานาฬิกาจากแบรนด์ญี่ปุ่น มีหลายปัจจัยที่คุณควรนำมาพิจารณา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ ดีไซน์ที่เข้ากับสไตล์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงประเภทของกลไกนาฬิกา เราสรุป 3 สิ่งสำคัญที่คุณควรเช็กก่อนตัดสินใจซื้อไว้ให้แล้วที่นี่
- งบประมาณคือสิ่งสำคัญอันดับแรก แน่นอนว่าเราไม่ควรซื้อนาฬิกาที่แพงเกินตัว แต่นาฬิกาที่ราคาถูกเกินไปก็อาจตอบโจทย์เรื่องคุณภาพไม่ได้ตามที่หวัง
- กลไกและการประกอบตามมาเป็นอันดับสอง ไม่ว่าคุณจะมองหานาฬิการะบบไขคุม (Manual) ระบบออโตเมติก (Automatic) หรือนาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) การเลือกประเภทกลไกให้ตรงกับความสะดวกในการใช้งานเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
- สุดท้ายแต่สำคัญไม่แพ้กันคือ ดีไซน์และสไตล์ หากคุณทำงานในออฟฟิศที่ต้องเข้าประชุมหรือพบปะผู้ใหญ่บ่อยๆ นาฬิกาทรงเรียบหรูดูดีก็เป็นตัวเลือกที่จำเป็น ส่วนใครที่อยากได้ไว้ใส่ชิลๆ ในวันสบายๆ ก็สามารถเลือกรุ่นที่ราคาย่อมเยาและเข้ากับการแต่งตัวทั่วไปได้ง่ายขึ้น
หลังจากรู้ปัจจัยในการเลือกแล้ว เราไปเจาะลึกรายละเอียดพร้อมส่องแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นสุดฮิตกันเลยดีกว่าครับ!
1. พิจารณางบประมาณของคุณ
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทุ่มเงินซื้อนาฬิการาคาแพงหูฉี่ได้ แต่ข่าวดีก็คือ ผู้ผลิตนาฬิกาญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการทำนาฬิกาคุณภาพเยี่ยมในราคาที่ทุกคนจับต้องได้
นี่คือตารางเปรียบเทียบระดับราคาเฉลี่ยและคะแนนความคุ้มค่าของแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นยอดนิยม:
|
แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่น
|
ช่วงราคาเฉลี่ย
|
คะแนนความคุ้มค่า
|
|
Seiko
|
ต่ำกว่า $300 (ประมาณไม่เกิน 10,000 บาท)
|
8/10
|
|
Casio
|
ต่ำกว่า $200 (ประมาณไม่เกิน 7,000 บาท)
|
10/10
|
|
Orient
|
ต่ำกว่า $300 (ประมาณไม่เกิน 10,000 บาท)
|
8/10
|
|
Minase
|
$3,000 ถึง $8,000 (ประมาณ 100,000 - 280,000 บาท)
|
3/10
|
|
Hajime Asaoka
|
$4,000 ถึง $50,000+ (ประมาณ 140,000 - 1,700,000+ บาท)
|
2/10
|
|
Citizen
|
ต่ำกว่า $500 (ประมาณไม่เกิน 17,500 บาท)
|
7/10
|
|
Knot
|
$200 ถึง $1,000 (ประมาณ 7,000 - 35,000 บาท)
|
6/10
|
*หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และคะแนนในตารางประเมินจาก "ระดับความเข้าถึงง่ายและคุ้มค่าของราคา" ไม่ใช่ประเมินจากคุณภาพหรือความน่าสะสมของนาฬิกา
อย่างแบรนด์ Hajime Asaoka ถึงแม้จะได้คะแนนความคุ้มค่าต่ำ แต่ในแง่ของคุณภาพและชื่อเสียง ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิการะดับท็อปของโลกเลยทีเดียว
2. กลไกและการประกอบ
เรื่องถัดมาที่ต้องดูก็คือระบบกลไกและการดีไซน์โครงสร้าง
นาฬิกาญี่ปุ่นหลายรุ่นเน้นการออกแบบที่สวยงามและมีศิลปะเฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกัน แบรนด์อย่าง Casio ก็ได้สร้างแบรนด์ย่อยอย่าง G-Shock ขึ้นมาเพื่อเน้นความอึด ถึก ทน เหมาะสำหรับคนที่ทำงานลุยๆ หรืองานกลางแจ้ง โดยไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาจะพังง่าย
นอกจากนี้ ลองเปรียบเทียบระหว่างระบบไขคอยล์ (Manual) กับระบบออโตเมติก (Automatic) ดูครับ เพราะไม่มีระบบไหนที่ดีกว่ากันอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลล้วนๆ คนที่รักความวินเทจ คลาสสิก ได้ฟีลลิ่งดั้งเดิมมักจะชอบระบบไขคาน ส่วนคนที่ชอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็น่าจะเลิฟระบบออโตเมติกมากกว่า
3. รูปลักษณ์และสไตล์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่เลือกซื้อนาฬิกาจากดีไซน์เป็นอันดับแรก
อย่างไรก็ตาม การเลือกสไตล์นาฬิกาให้เหมาะกับโอกาส เสื้อผ้า และไลฟ์สไตล์ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก คงดูแปลกไม่น้อยหากใส่นาฬิกา Casio G-Shock ไปงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบหรูหรา แต่ถ้าใส่ไปวิ่งออกกำลังกายหรือทำงานสายลุย บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ
ในทางกลับกัน การใส่นาฬิกา Hajime Asaoka เพียงเพื่อเอาไว้ดูเวลาตอนนั่งทำงาน Work from home อยู่บ้านก็อาจจะเกินจำเป็นไปหน่อย ดังนั้นการใส่นาฬิกาให้เข้ากับชีวิตประจำวันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งแบรนด์อย่าง Seiko, Casio, Orient และ Citizen ถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับ Everyday Use เพราะมีโมเดลให้เลือกหลากหลาย ปรับลุคให้ดูทางการหรือชิลๆ ได้ง่ายตามโอกาส
เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยดีกว่าว่าแบรนด์ไหนติดอันดับกันบ้าง!
แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นยอดเยี่ยมในแต่ละด้าน
- ดีที่สุดในภาพรวม: Seiko
- คุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ที่สุด: Casio
- โดดเด่นเรื่องนาฬิกากลไกเรือนทอง: Orient
- เน้นความหรูหรา เรียบหรูดูดี: Minase
- สุดยอดแบรนด์ระดับไฮเอนด์: Hajime Asaoka
- ที่สุดแห่งนาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์: Citizen
- แบรนด์ดาวรุ่งน่าจับตามอง: Knot

ดีที่สุดในภาพรวม: Seiko
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1892 Seiko ผ่านการปรับตัวตามเทรนด์ สไตล์ และระดับราคามาแล้วทุกยุคทุกสมัย
ด้วยประสบการณ์สั่งสมมานานหลายทศวรรษ ทำให้ Seiko กลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาความน่าเชื่อถือ งานดีไซน์ที่มีทั้งกลิ่นอายคลาสสิกและทันสมัย คุณสามารถใส่นาฬิกา Seiko ออกงานได้แทบทุกโอกาส
รุ่น Seiko Men's SNN241 Stainless Steel Watch เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบในการสะท้อนสไตล์และฝีมืออันประณีตของแบรนด์นี้
มาพร้อมหน้าปัดขนาด 42.6 มม. สายหนังนุ่มสบาย และกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบ Japanese Quartz พร้อมหน้าปัดแบบอนาล็อกที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก แต่คงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและสวมใส่สบายในชีวิตประจำวัน
สรุป: Seiko มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งสายสแตนเลส สายหนัง นาฬิกาพก และอีกมากมาย ที่ยกให้เป็นแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นอันดับ 1 เพราะไม่ว่าคุณจะหยิบ Seiko เรือนไหนมาใส่ ก็แมตช์ได้กับทุกสถานที่ โดยไม่รู้สึกว่าแต่งตัวน้อยไป หรือตกเทรนด์เรื่องเทคโนโลยีเลย
ข้อดี
- ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก
- ใช้วัสดุที่ทนทานและใส่ใจในทุกรายละเอียด นำเสนอในราคาสัมผัสได้
- การบริการหลังการขายดีเยี่ยมพร้อมการรับประกันที่ครอบคลุม
- มีแบรนด์ลักชัวรีในเครืออย่าง Grand Seiko สำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราขั้นสุด
ข้อเสีย
- แม้ Seiko จะเป็นที่รู้จักดี แต่รุ่นทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับงานเลี้ยงไฮเอนด์ระดับท็อป (ซึ่งคุณสามารถขยับไปเล่น Grand Seiko หรือแบรนด์อื่นในลิสต์แทนได้ แต่ถ้าไม่ได้ออกงานสังคมบ่อยๆ ข้อนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ)
คุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ที่สุด: Casio
Casio ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1946 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เป็นแบรนด์ที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาดีไซน์สวย สภาพดีได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง นาฬิกา Casio มีรูปลักษณ์ที่ดูดี มีความทนทาน และน่าเชื่อถือ แต่ด้วยราคาที่ไม่สูงกับดีไซน์เรียบง่าย ทำให้ในหมู่สะสมอาจมองว่าไม่ได้มีมูลค่าส่งเสริมบารมีเท่าแบรนด์หรูราคาแพง
รุ่น Casio Men's MDV106-1AV 200M Duro Analog Watch ถือเป็นตัวอย่างชั้นดีของนาฬิกา Casio ด้วยตัวเรือนสแตนเลสและสายเรซินกันเหงื่อ จึงอึดพอที่จะใส่ไปเดินป่าหรือออกกำลังกาย มีลูกเล่นเล็กๆ อย่างเข็มพรายน้ำสว่างในที่มืด และสายที่เปลี่ยนได้ ทำให้เรือนนี้เป็นนาฬิกาเริ่มต้นที่สนุกและราคาสบายกระเป๋ามาก
สรุป: Casio อาจไม่ใช่แบรนด์หรู แต่เป็นแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นในดวงใจของคนที่มองหานาฬิการาคาประหยัด ดีไซน์สวยเก๋ และสายที่พร้อมลุยกิจกรรม และพวกเขายังเป็นเจ้าของ G-Shock แบรนด์ยอดฮิตในหมู่สายสปอร์ตและทหารอีกด้วย
ข้อดี
- ราคาเป็นมิตรและสบายกระเป๋ามาก
- ตอบโจทย์สุดๆ สำหรับใส่ออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง
- มีสไตล์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบอนาล็อก (เข็ม) และดิจิทัล
ข้อเสีย
- ไม่ค่อยเหมาะสำหรับใส่ไปงานเลี้ยงที่เป็นทางการหรือการประชุมระดับผู้บริหาร
- คุณภาพวัสดุและความประณีตเฉพาะตัวอาจไม่สูงเท่าแบรนด์อื่นๆ ในลิสต์
โดดเด่นเรื่องนาฬิกากลไกเรือนทอง: Orient
Orient ก่อตั้งขึ้นในปี 1950 โดยเน้นทำนาฬิการะบบกลไก (Mechanical) ที่ยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกดั้งเดิมเอาไว้
ตัวนาฬิกายังคงผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แบรนด์ที่เปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมนี้มุ่งเน้นการส่งต่องานศิลปะทำมือที่นักสะสมนาฬิกาหลงใหล ในราคาที่ยังจับต้องได้
สำหรับคนที่ชอบความเก๋าของสายเหล็กผสมผสานกับหน้าปัดขนาด 41.5 มม. Orient ขอแนะนำ Men's Mako II Watch มีให้เลือกทั้งสีน้ำเงิน, น้ำเงิน-แดง (Pepsi) และสีดำ ซึ่งทุกสีมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับดำน้ำ 200 เมตร มีช่องบอกวัน/วันที่ และเม็ดมะยมเดี่ยวที่ใช้งานง่าย
สรุป: นาฬิกา Orient คือจุดลงตัวระหว่างความหรูหราและความคุ้มค่า สำหรับบางคน Orient คือแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในโลก และเป็นตัวเลือกที่ซื้อง่ายสำหรับผู้ที่หลงใหลในขนบธรรมเนียม ประวัติศาสตร์ และงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
ข้อดี
- ราคาไม่แพงจนเกินไป
- ใช้วัสดุกันน้ำคุณภาพเยี่ยม
- สืบทอดกรรมวิธีการผลิตอันยาวนานหลายทศวรรษ
- กระจก Mineral Crystal ทนทานต่อการขีดข่วนและลดแสงสะท้อน
ข้อเสีย
- คล้ายกับ Casio ตรงที่ Orient อาจไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเรือนหรูระดับท็อป แต่เรื่องคุณภาพและการได้รับการยอมรับถือว่าเหนือกว่า Casio อยู่พอสมควร
เน้นความหรูหรา เรียบหรูดูดี: Minase
Minase ก่อตั้งในช่วงต้นทศวรรษ 1960 เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาลักชัวรีสำหรับคนที่ต้องการอัปเกรดเรือนเวลาให้ดูมีระดับขึ้น
เรามองว่าการเป็นเจ้าของ Minase คือการก้าวไปอีกขั้นจากแบรนด์ทั่วไปอย่าง Seiko, Citizen หรือ Orient นาฬิกาของ Minase เป็นงานทำมือ (Handmade) ที่งดงามสมบูรณ์แบบในทุกมิติ หากคุณกำลังมองหานาฬิกาเพื่อเสริมภาพลักษณ์ในการทำงานระดับผู้บริหาร งานสังคมหรูหรา หรือไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม แบรนด์นี้คือคำตอบ
รุ่น Minase Divido VM04-M08SB เป็นเรือนเวลาที่สวยงามตระการตา ใช้กระจกแซฟไฟร์ตัดแสงสะท้อน ฝาหลังแบบซีทรูโชว์กลไก และตัวเรือนสแตนเลสที่ทนทานสูง พร้อมช่องบอกวันที่บนหน้าปัดแบบอนาล็อก ตัวเลขเรืองแสง และสำรองพลังงานได้นานถึง 38 ชั่วโมง
สรุป: ไม่ว่าคุณจะงบถึง Minase หรือไม่ แต่การจัดอันดับแบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นชั้นนำจะขาดแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ไปไม่ได้เลย ด้วยเรื่องราวการก่อตั้งอันน่าประทับใจกลางภูเขาอันห่างไกล พร้อมเครื่องมือเพียงไม่กี่ชิ้น สู่การเป็นนาฬิกาสุดหรูที่ทรงคุณค่าและเป็นที่จดจำ
ข้อดี
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานทางการ งานราตรี หรือการออกงานสังคมระดับหรู
- ประกอบด้วยมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษ
- นาฬิกา Minase ทุกเรือนใช้กระจกแซฟไฟร์ลดแสงสะท้อนคุณภาพสูง
ข้อเสีย
- ราคาค่อนข้างสูงอย่างปฏิเสธไม่ได้
ที่สุดแห่งแบรนด์ระดับไฮเอนด์: Hajime Asaoka
Hajime Asaoka ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 โดยมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์นาฬิกาที่หรูหราและประณีตที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก ผลงานทุกเรือนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้ชั่วชีวิต และเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบกับชุดสูท ชุดราตรี หรือชุดออกงานสุดหรู
Kurono Tokyo ได้อธิบายว่า นาฬิกาของ Hajime Asaoka ส่วนใหญ่ต้องสั่งทำโดยตรงจากตัวช่างผู้ประดิษฐ์เอง หากคุณต้องการเป็นเจ้าของ คุณอาจต้องหาซื้อแบบมือสอง หรือยอมรอคิวสั่งผลิตที่ยาวเหยียด เพราะนาฬิกาแทบทุกเรือนจะถูกจับจองหมดภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากผลิตเสร็จ
สรุป: Hajime Asaoka คือความเป็นที่สุดอย่างแท้จริง นาฬิกาทุกเรือนออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวในตัวเอง มีความหรูหรา งดงาม และประเมินค่าไม่ได้สำหรับผู้ที่ได้ครอบครอง
ข้อดี
- นาฬิกาทุกเรือนเป็นงานทำมือ (Handmade) 100%
- ทรงคุณค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมนาฬิกาและการใส่ไปงานสำคัญ
ข้อเสีย
- หาซื้อรุ่นใหม่ยากมาก
- ราคาทั้งมือหนึ่งและมือสองมักจะสูงพอๆ กับการซื้อรถยนต์หนึ่งคันเลยทีเดียว
ที่สุดแห่งนาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์: Citizen
Citizen มีจุดเริ่มต้นจากสถาบันวิจัยนาฬิกา Shokasha ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน นาฬิกา Citizen ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อขับเคลื่อนกลไกและระบบไฟหน้าปัด โดยรุ่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ Citizen Eco-Drive
รุ่น Citizen Eco-Drive Promaster Diver Watch มีให้เลือกทั้งสีน้ำเงิน สีเขียว และสีดำ มาพร้อมช่องบอกวันที่และเข็มพรายน้ำ สวมไว้ในตัวเรือนสแตนเลสขนาด 48 มม. และด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ คุณจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่เลย แถมยังเป็นนาฬิกาดำน้ำที่กันน้ำได้ลึกกว่า 200 เมตร (650 ฟุต) อีกด้วย
สรุป: Citizen สามารถผสมผสานเทคนิคการทำนาฬิกาแบบคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ขายดีและได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ไม่ว่าคุณจะชอบสายสแตนเลสหรือสายหนัง แบรนด์นี้ก็มีตอบโจทย์ทั้งหมด
ข้อดี
- ส่วนใหญ่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อน ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ
- มีระดับราคาให้เลือกหลากหลายและเข้าถึงง่าย
- ดีไซน์สวยงาม เหมาะสำหรับใส่ในโอกาสทางการ และใส่ชิลๆ ในวันสบายๆ
ข้อเสีย
- แม้จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุด แต่ Citizen ไม่ค่อยผลิตนาฬิกาในสไตล์วินเทจดั้งเดิมมากนัก ซึ่งจุดนี้อาจจะชอบหรือไม่ชอบขึ้นอยู่กับสไตล์ส่วนตัวครับ
แบรนด์ดาวรุ่งน่าจับตามอง: Knot
Knot ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่อายุน้อยที่สุดจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือนาฬิกาสามารถถอดเปลี่ยนและ Custom ชิ้นส่วนต่างๆ ได้ตามใจชอบผ่านทางเว็บไซต์ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวบ่อยๆ คุณสามารถเลือกมิกซ์นาฬิกา Knot ให้เหมาะกับวันทำงาน วันพักผ่อน หรือวันออกกำลังกายได้อย่างอิสระ
สรุป: ในโลกที่แบรนด์นาฬิกาต่างแข่งขันกันสร้างสิ่งที่ดีที่สุด Knot กลับนำเสนอความสดใหม่ด้วยการเน้นความชอบเฉพาะบุคคล คุณไม่ต้องยอมตัดใจเลือกฟีเจอร์ที่ไม่ชอบ เพราะคุณสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์องค์ประกอบทุกชิ้นได้เองเลย
ข้อดี
- นาฬิกา Knot สามารถปรับแต่ง (Custom) ได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ดีไซน์เป็นเรือนหรูใส่ทำงาน หรือทำเป็นเรือนสปอร์ตไว้ใส่ออกกำลังกายและเที่ยวเสาร์-อาทิตย์ก็ทำได้
ข้อเสีย
- ช่วงราคาค่อนข้างแน่นอนได้ยาก เพราะราคาจะเพิ่มหรือลดลงตามชิ้นส่วนและออปชันที่คุณเลือกปรับแต่ง
สรุปส่งท้าย
Seiko ถือเป็นแบรนด์นาฬิการะดับคลาสสิกที่มีแบรนด์ย่อยในเครือ มีนาฬิกาครอบคลุมทุกโอกาส และมีราคาที่จับต้องได้ อย่างไรก็ตาม เราก็ปฏิเสธความยอดเยี่ยมของแบรนด์อื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้เช่นกัน
เอาเข้าจริง ไม่ว่าคุณจะเลือกแบรนด์ไหนใน 7 แบรนด์นี้ คุณก็จะได้นาฬิกาคุณภาพดีไปครองแน่นอน
นาฬิกาญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ดีที่สุดในโลก ทำไมไม่ลองเลือกสักเรือนสองเรือนมาลองใส่ดูว่าแบบไหนเข้ากับสไตล์คุณที่สุดล่ะครับ? คุณอาจจะมีเรือนใส่ทำงานสักเรือน ใส่ชิลๆ สักเรือน และใส่ออกกำลังกายอีกสักเรือนก็ได้ โชคดีกับการเลือกซื้อนาฬิกาครับ!
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสั่งซื้อสินค้าผ่าน ZenMarket สามารถคลิกที่ภาพด้านล่างเพื่ออ่านคู่มือการใช้งาน ZenMarket ฉบับเจาะลึกได้เลยครับ ในนั้นจะมีอธิบายทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า **ทุกประเภท** ส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงหน้าบ้านคุณทั่วโลก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Sources)