เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกฎหมายการจัดเก็บภาษีนำเข้าในประเทศไทยมาฝาก เพื่อให้ลูกค้าสั่งของจาก ZenMarket ได้อย่างสบายใจและวางแผนงบประมาณได้ถูกต้อง มาดูรายละเอียดแบบเจาะลึกกัน
ภาษีนำเข้า คืออะไร
ภาษีนำเข้า (Import Duty) คือ ภาษีที่รัฐเรียกเก็บจากสินค้าที่ส่งมาจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ประกอบการภายในประเทศและสร้างรายได้ให้รัฐ โดยกรมศุลกากรจะเป็นผู้ดูแลและจัดเก็บตามประเภทสินค้า
การจัดเก็บภาษีแบบใหม่: ภาษีนำเข้าเริ่มที่ 1 บาท!
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมศุลกากรได้ยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านำเข้าที่มีราคาไม่เกิน 1,500 บาทแล้ว หมายความว่า "สินค้าทุกชิ้น" ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีอากรนำเข้า + VAT 7% ตั้งแต่บาทแรก
ภาษีที่ต้องจ่ายเมื่อนำเข้าสินค้า
ในการนำเข้าสินค้าทั่วไป จะมีภาษีหลักที่ต้องเจออยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ภาษีศุลกากร และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
🛃 1. ภาษีศุลกากร (Import Duty)
เก็บตามประเภทสินค้า ดังนั้นสินค้าแต่ละประเภทจะมีอัตราอากร*ที่ไม่เท่ากัน (เช่น โมเดล 10%, เสื้อผ้า 30%) × มูลค่าศุลกากร (CIF Value)
*สามารถตรวจสอบตัวอย่างอัตราอากรได้ด้านล่าง
📦 CIF Value คืออะไร?
CIF (Cost, Insurance, and Freight) หมายถึง มูลค่าสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าขนส่ง ซึ่งใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีศุลกากรและภาษีอื่นๆ เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย
ตัวอย่างการคำนวณ CIF:
- มูลค่าสินค้า: 700 บาท
- ค่าขนส่ง: 293 บาท
- ค่าประกันภัย: *ในกรณีที่ไม่ได้มีการซื้อประกันภัย จะคิด 1% ของมูลค่าของนำเข้า* ดังนั้น (700 x 1%) = 7 บาท
- CIF Value = 700 + 293 + 7 = 1,000 บาท
📈 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ปัจจุบันอยู่ที่อัตรา 7% โดยคิดจากฐานราคาสินค้าที่รวมภาษีศุลกากรแล้ว
สูตรคำนวณ: VAT = (CIF Value + ภาษีศุลกากร) × 7%
การคำนวณภาษีแบบใหม่ และตัวอย่าง
การคำนวณจะเริ่มจากค่า CIF (ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย*)
*ในกรณีที่ไม่ได้มีการซื้อประกันภัย จะคิด 1% ของมูลค่าของนำเข้า*
ตัวอย่าง: ซื้อโมเดลจากญี่ปุ่น รวมค่าส่งและประกันภัยแล้วราคา 1,000 บาท (ดังนั้น CIF = 1,000 บาท)
- ภาษีอากรนำเข้า (โมเดลมีอัตราอากรที่ 10%): 1,000 x 10% = 100 บาท
- VAT 7%: คำนวณจาก (1,000 + 100) x 7% = 77 บาท
รวมยอดภาษีที่ต้องจ่าย: 100 + 77 = 177 บาท
โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงหลักการคำนวณเท่านั้น การคำนวณจริงจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ตารางตัวอย่างอัตราอากรสินค้าที่พบบ่อย
อัตราอากรสินค้าเปรียบเสมือน "ป้ายราคาภาษี" ที่กรมศุลกากรติดไว้กับสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งสินค้าแต่ละอย่างจะมีอัตราอากรไม่เท่ากัน (อ้างอิงข้อมูลจาก กรมศุลกากร)
| ประเภทสินค้า |
อัตราอากรนำเข้า (ประมาณ) |
VAT |
| เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า |
30% |
7% |
| เครื่องสำอาง น้ำหอม |
30% |
7% |
| กระเป๋าแบรนด์เนม |
20% |
7% |
| ของเล่น ตุ๊กตา โมเดล |
10% |
7% |
| อุปกรณ์ไอที / กล้อง |
0% – 10% (ตามพิกัด) |
7% |
ZenMarket กับการจัดการภาษี: ต้องชำระภาษีไหม, การชำระภาษีล่วงหน้า
หนึ่งในคำถามที่ ZenMarket มักจะได้รับคือ "มีวิธีจัดการเพื่อให้ไม่ต้องชำระภาษีหรือไม่?" ทางเราขอเรียนชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า ZenMarket ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและปฏิบัติตามระเบียบศุลกากร
การสำแดงมูลค่าสินค้าตามจริงไม่เพียงแต่จะช่วยให้พัสดุของคุณเดินทางถึงมืออย่างราบรื่น แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากค่าปรับย้อนหลังที่อาจสูงกว่าค่าภาษีหลายเท่าตัวอีกด้วย
📦 ทำไมการชำระภาษีเองถึง "คุ้มค่ากว่า" ที่คิด?
แม้ในปัจจุบัน ZenMarket จะยังไม่มีบริการชำระภาษีล่วงหน้า แต่การที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระภาษีตามจริงเมื่อสินค้าถึงไทยนั้น มีข้อดีแฝงที่คุณอาจคาดไม่ถึง เมื่อเทียบกับบริการพรีออเดอร์หรือชิปปิ้งบางแห่ง:
-
ประหยัดกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายค่า "เผื่อ": บริการที่ระบุว่า "รวมภาษีแล้ว" มักจะมีการคำนวณค่าภาษีแบบเผื่อยอดสูงสุดไว้ก่อน (Margin Buffer) เพื่อป้องกันความเสี่ยงของร้านค้า ทำให้ราคารวมที่คุณจ่ายมักจะสูงเกินความเป็นจริง
-
จ่ายตามใบเสร็จจริง ไม่มีการบวกเพิ่ม: การชำระภาษีด้วยตัวเองช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกบาทที่จ่ายไปคือตัวเลขจริงจากกรมศุลกากร โดยไม่มีการบวกค่าดำเนินการ ค่าคนกลาง หรือกำไรแฝงใดๆ เพิ่มเติม
การชำระภาษีล่วงหน้า
ขณะนี้มีเพียงรูปแบบการขนส่งเดียวคือ FedEx LowCost ที่สามารถชำระภาษีล่วงหน้า หรือ Delivered Duty Paid (DDP) ได้ นั่นหมายถึงภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมการดำเนินพิธีการศุลกากรทั้งหมด จะถูกชำระล่วงหน้าตั้งแต่ขั้นตอนชำระค่าส่ง เพื่อให้การจัดส่งเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใสมากขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ้กที่นี่
ด้วยการจัดส่ง FedEx Lowcost ลูกค้าจะทราบค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงภาษีล่วงหน้า หมดปัญหาค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือการล่าช้าเมื่อพัสดุมาถึง
ต้องจ่ายภาษีให้ใคร?
📮 1. กรณีนำเข้าทางไปรษณีย์ (Thailand Post)
หากโดนประเมินภาษีจะมีใบแจ้ง(ใบเขียว)ส่งไปที่บ้าน:
- วิธีการชำระ: สแกน QR Code เพื่อชำระผ่านแอปธนาคาร (สแกนจ่ายผ่านแอปได้ในบางกรณี), จ่ายผ่านแอป Wallet@POST หรือชำระที่ที่ทำการไปรษณีย์สาขาที่ระบุในใบแจ้ง
- เอกสารที่ต้องใช้: ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของ (ใบเขียว), บัตรประชาชน (กรณีรับเอง), หากมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชน
- การโต้แย้ง: สามารถยื่นคำร้องโต้แย้งการประเมินภาษีได้หากเห็นว่าประเมินสูงเกินจริง ตามขั้นตอนของกรมศุลกากร
- ค่าใช้จ่าย: ภาษีนำเข้า + VAT 7% + ค่าธรรมเนียมไปรษณีย์

🚛 2. กรณีนำเข้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน (Courier)
เช่น DHL, FedEx, ECMS Express บริษัทจะติดต่อแจ้งยอด : อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแต่ละขนส่ง
- จ่ายผ่านลิงก์ออนไลน์: ตัดบัตรเครดิต หรือโอนเงิน
- จ่ายเงินปลายทาง (COD): จ่ายให้พนักงานส่งของ
*สำหรับ ECMS Express ในไทยดำเนินการโดย DPX Logistics จะเป็นผู้ติดต่อแจ้งภาษี และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
- ใช้บริการรวมพัสดุ (Package Consolidation): รวมของหลายชิ้นส่งกล่องเดียว ช่วยประหยัดค่าส่งเฉลี่ยต่อชิ้น (ฝากฟรี 60 วัน)
- ตรวจสอบน้ำหนักและขนาด: เลือกส่งทางเรือ (Surface) สำหรับสินค้าหนักเพื่อลดค่าขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดฐานภาษี (CIF) ได้
- สะสม ZenPoints: ใช้แต้มแลกเป็นส่วนลดค่าจัดส่ง
ถ้าเข้าใจเรื่องภาษีแล้ว ก็เตรียมตัวช้อปได้เลย!
ด้วยบริการของเว็บ ZenMarket
คุณสามารถสั่งสินค้าออนไลน์จากร้านค้าญี่ปุ่นหลายพันร้าน
เราจะส่งสินค้าจากญี่ปุ่นตรงถึงบ้านคุณอย่างปลอดภัย รับรองไม่มีโกง!
การันตีด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านรายทั่วโลก
สั่งซื้อสินค้าจากญี่ปุ่น
คุณเป็นสมาชิก ZenMarket แล้วหรือยัง?
ZenMarket เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณหาสินค้าจากญี่ปุ่นได้โดยตรง
สมัครสมาชิกฟรี รับทันทีแต้มสะสมพิเศษวันนี้!
สมัครสมาชิก