ลดค่าส่งร้านเครื่องดนตรีสูงสุด 15% 8 ก.ย. 00:00 - 29 ก.ย. 23:59 เวลาญี่ปุ่น ดูโปรโมชั่น
ลด 10% ร้านที่ร่วมรายการ 1 ก.ย. 00:00 - 14 ก.ย. 23:59 เวลาญี่ปุ่น ดูโปร
ประวัติการค้นหา ลบประวัติ

15 การ์ด Yu-Gi-Oh! ที่หายากและแพงที่สุด (2026)

เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักการ์ดยูกิ หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Yu-Gi-Oh! ยิ่งเคยผ่านช่วงยุค 90 อันรุ่งเรืองของการ์ดยูกิมาแล้วยิ่งต้องรู้จัก จุดเริ่มต้นของเกมการ์ดสุดฮิตนี้มาจากมังงะ (หนังสือการ์ตูน) ซึ่งต่อมาถูกพัฒนาเป็น Trading Card หรือการ์ดสะสมตามรอยขึ้นมาให้แฟนคลับทั่วโลกได้ครอบครองและเล่นตามเทรนด์กันในภายหลัง แต่เท่านั้นยังไม่พอ เนื่องจากเกมการ์ดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มังงะเรื่องนี้เลยถูกสร้างเป็นอนิเมะและวิดีโอเกมด้วย แม้ว่าจะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว แต่ความนิยมของการ์ดยูกิทั้งในไทยและทั่วโลกก็ยังมีอยู่เสมอมา และยังดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ในไทยอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่ผู้เล่นหน้าใหม่หลายคนมีก็คือ หากต้องการเข้าวงการการ์ดยูกิ จะต้องมีต้นทุนสักเท่าไหร่? ซึ่งโดยปกติตามราคามาตรฐาน การ์ดยูกิจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 5 - 10 บาทต่อใบ แต่การจะเล่นการ์ดยูกิจำเป็นจะต้องมีการจัดเด็ค ซึ่งใน 1 เด็คจะมีการ์ดประมาณ 40 - 60 ใบ ทำให้ราคาที่ต้องจ่ายต่อชุดอยู่ที่ 200 บาทขึ้นไป

นอกจากนั้นยังมี Booster Packs และเด็คพิเศษใหม่ ๆ วางจำหน่ายทุกปี การ์ดยูกิทั่วโลกจึงอาจจะมีมากกว่า 2 หมื่นล้านใบให้ได้ตามเก็บกันเลยทีเดียว! ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ราคาของการ์ดจะลดหลั่นกันไปตามระดับความแรร์ แต่จะมีอยู่บางใบที่มีราคาสูงเป็นพิเศษจนแทบจะต้องขายบ้านมาซื้อเลยถ้าอยากจะสะสม

 บล็อกนี้เราจะมาแนะนำการ์ดยูกิที่หายาก และแพงที่สุดในโลก


 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการ์ดยูกิ (Yu-Gi-Oh!) 

การ์ดยูกิถูกสร้างโดยใช้ข้อมูลของตัวละครในเนื้อเรื่องหรือเกม Yu-Gi-Oh! ที่มีการเปิดตัวใหม่ทุกปีจนถึงปี 2019 มาทำเป็นการ์ดวางจำหน่ายออกสู่ตลาดโลกเพื่อให้แฟน ๆ ได้ตามเก็บกัน

เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ เบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับการ์ดยูกิไว้ด้านล่างแล้ว ตามไปอ่านกันเลยว่าจะมีอะไรบ้าง 

 

ระดับความหายากของการ์ดยูกิ

 

การ์ดยูกิมีประเภทและระดับความหายากที่หลากหลาย โดยไล่ตั้งแต่ระดับทั่วไป ไปจนถึงระดับลีกของเหล่านักประลอง (Duelist League) ซึ่งยิ่งระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่หมดแค่นี้ แม้จะมีการ์ดหายากมากมาย แต่จะมีบางใบที่แรร์เป็นพิเศษ โดยมักจะเจอในโอกาสพิเศษ ๆ อย่างอีเวนต์งานฉลองครบรอบหรือลีกพิเศษเท่านั้น ซึ่งในที่นี้เราขอยกตัวอย่างระดับความหายาก และวิธีสังเกตการ์ดแต่ละประเภทมาให้ได้อ่านกันบางส่วน เช่น

  • Common: เป็นระดับทั่วไปของการ์ดยูกิ ที่ใคร ๆ ก็สามารถมีและหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทย
  • Rare: ชื่อการ์ดบนการ์ดระดับนี้มักจะเป็นสีเงิน ไม่เคลือบโฮโลเแกรมและถึงแม้จะเรียกว่าระดับ Rare แต่ก็ไม่ได้หายากเลย ยกเว้นบางระดับที่อาจจะมีราคาและความหายากสูงขึ้นมา เช่น Ghost Rare, Platinum Rare เป็นต้น
  • Secret Rare: ระดับนี้มีจุดเด่นที่ตัวชื่อการ์ด ซึ่งจะสะท้อนสีรุ้งเมื่อโดนแสงเป็นหลัก มีความเป็นโฮโลแกรมที่บางส่วนของการ์ด ซึ่งในแต่ละระดับย่อยจะมีความแตกต่างในตัวสีของชื่อ แนวการสะท้อนแสงที่เปลี่ยนจากแนวทแยงเป็นแนวตั้งและแนวนอน เป็นต้น
  • Parallel Rare: คุณสมบัติเด่นของการ์ดในระดับนี้คือมีการเคลือบโฮโลแกรมทั้งตัวการ์ด ในอีกแง่หนึ่ง ลักษณะของการ์ดระดับนี้จะคล้ายคลึงกับระดับ Common ซึ่งมีความแวววาวทั่วทั้งใบก็ได้เช่นกัน แต่ด้วยความหายาก การ์ดในระดับนี้จึงมีราคาที่สูงตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว
  • Gold Rare: ดูผิวเผินจะคล้ายคลึงกับระดับ Secret Rare แต่ว่าการ์ดระดับนี้จะมีตัวอักษรสีทองเปล่งประกาย และความเป็นโฮโลแกรมที่แวววาวคล้ายแสงสะท้อนของผิวน้ำ และมีฟอยด์หุ้มระดับมอนสเตอร์ หรือแรงค์ดาวอยู่เสมอสำหรับการ์ดที่วางจำหน่ายในเอเชีย
  • Duelist League: หากจะพูดว่าเป็นอีก Class ของการ์ดยูกิอาจจะตรงกว่า เพราะการ์ดในระดับ Duelist คือการ์ดที่จะได้รับแจกเมื่อเข้าร่วม Tournament ของการ์ดยูกิที่จัดขึ้น ซึ่งระดับความหายากของการ์ดในระดับนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของการทำการ์ด และยังแยกย่อยด้วยระดับความหายากแบบเดียวกับที่ใช้ในการ์ดทั่วไป เช่น ระดับ Super Rare, Parallel Rare หรือ Gold Rare นั่นเอง

 

ราคาการ์ดยูกิ

 

ในโซนยุโรปและอเมริกา ราคาเริ่มต้นของการ์ดยูกิอยู่ที่ใบละประมาณ 3 บาท ไปจนถึงประมาณใบละ 6,000 บาท แต่หากเป็นใบที่อยู่ในระดับที่หายากมาก ๆ เช่น Parallel Rare, Prismatic Rare หรือสูงกว่า ราคาก็อาจจะพุ่งเป็นหลายเท่าตัวได้ ตัวอย่างเช่น การ์ดระดับ Secret Rare จากรุ่น Battles of Legend: Armageddon นั้นมีราคาวางขายเริ่มต้นที่ประมาณ 300 บาท แต่ถ้าเป็นระดับ 10K คลาสย่อยพิเศษของ Secret Rare ละก็ เคยมีราคาขายสูงสุดอยู่ที่ 3.3 แสนบาทเลยทีเดียว! ในขณะเดียวกัน แม้ที่ประเทศต้นกำเนิดของการ์ดยูกิอย่างญี่ปุ่นนั้นจะมีราคาขายทั่ว ๆ ไปที่ต่ำกว่า แต่ตำนานการปิดดีลซื้อขาย 1999 Tournament Black Luster Soldier การ์ดสเตนเลสหนึ่งเดียวในโลกที่มอบให้ผู้ชนะทัวร์นาเมนต์แรกของ Yu-Gi-Oh! ก็เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเช่นกัน โดยมีรายงานว่าการ์ดใบนี้ถูกขายไปในราคาประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 70 ล้านบาท ทำให้ยังคงครองตำแหน่งการ์ดยูกิที่แพงที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบัน

 

ทำไมถึงควรสั่งการ์ดยูกิจากญี่ปุ่น?

สั่งซื้อการ์ดยูกิ

ในประเทศไทยมีการซื้อขายการ์ดยูกิอย่างแพร่หลาย ทั้งการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยตัวแทนที่ได้รับสิทธิ์จาก Konami ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ดูแลเกี่ยวกับ Yu-Gi-Oh! ทั้งหมด หรืออีกช่องทางที่พบได้บ่อยก็คือการซื้อด้วยบริการรับหิ้วจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อเสียในเรื่องของราคาที่จะถูกบวกเพิ่มจากค่าบริการและค่าเดินทางต่าง ๆ ของผู้ขาย รวมถึงการปั่นราคาที่เกินกว่าที่วางขายในประเทศต้นทางไปมาก
อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อจากญี่ปุ่นก็ยังมีข้อดีหลัก ๆ คือ มีการ์ดหลายรุ่นที่ไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หรือการ์ดมือสองหายาก ดังนั้น การมองหาผ่านช่องทางออนไลน์ของญี่ปุ่นถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มีเพียงต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่หากเลือกตัวแทนซื้อที่ดี เช่นเว็บบริการรับซื้อจากญี่ปุ่นที่ได้มาตรฐาน ก็จะช่วยให้คุณได้รับการ์ดยูกิหายากในราคาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน

 

สั่งซื้อการ์ดยูกิจากญี่ปุ่นได้จากที่ไหน

ปัจจุบันการ์ดยูกิหาซื้อได้ทั่วไปทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่น ๆ แต่ข้อได้เปรียบของญี่ปุ่นในฐานะประเทศต้นกำเนิดก็คือ มีการ์ดหลายรุ่นที่ไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในต่างประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็นการ์ดใหม่หรือการ์ดมือสอง การเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ของญี่ปุ่นหรือผ่านช่องทาง JDirectItems Auction จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจการ์ดยูกิเวอร์ชันญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

 

15 อันดับ การ์ดยูกิที่หายากและแพงที่สุดในโลก

การ์ดยูกิทั้ง 15 อันดับนี้เป็นการ์ดที่ถูกบันทึกไว้ว่ามีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์การซื้อขาย หรือเป็นการ์ดที่มีมูลค่าปัจจุบันสูงขึ้นจากความต้องการของนักสะสม โดยเฉพาะในโซนยุโรปและอเมริกา จะเป็นการ์ดใบไหนบ้างตามมาดูกันเลย!

 

15. Exodia LOB 1st Edition (2002)

 

แม้ว่าการ์ดนี้จะถูกห้ามใช้ในเด็คสำหรับการแข่งขัน TCG ในโซนอเมริกา แต่ Exodia LOB 1st Edition ก็ยังมีค่าสำหรับนักสะสม เพราะมอนสเตอร์ตัวนี้ปรากฎในเด็คของ Yu-Gi-Oh! เวอร์ชันอนิเมะนั่นเอง
ส่วนสาเหตุที่ถูกแบนในอเมริกา เพราะมีความสามารถสุดโกง ที่เมื่ออัญเชิญมาพร้อมกับการอัญเชิญส่วนที่เหลือของ Exodia ตามเงื่อนไข ก็จะได้รับชัยชนะในการ Duel ทันที ทำให้การ์ดใบนี้ส่วนใหญ่จะวางขายในเอเชีย และมีมูลค่าตามตลาดสหรัฐสูงถึง 8,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 3 แสนบาทเลยทีเดียว

ตามหาการ์ด Exodia 

 

14. Shrink Ultra Rare Limited Edition

 

หลายคนอาจรู้สึกว่าการ์ดเวทย์มนต์ที่สุดแสนจะหาง่ายอย่าง Shrink จะมีราคาสูงได้อย่างไร? แถมยิ่งรู้ว่าการ์ดใบนี้ถูกพิมพ์ซ้ำหลายต่อหลายรอบ มีหลากหลาย Edition ก็คงยิ่งสงสัยกันเข้าไปใหญ่
ความจริงแล้ว Shrink ที่เราพูดถึงไม่ใช่การ์ดปกติ แต่หมายถึงรุ่น Limited Edition ที่มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 9,856 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 370,000 บาท และได้รับการรับรองจาก PSA ต่างหาก แล้ว PSA คืออะไรกัน? ถ้าสงสัยก็ตามไปอ่านที่การ์ดต่อไปกันได้เลย

ตามหาการ์ด Shrink

 

13. Dark Magician Dark Duel Stories Promo (2002) 

 

การ์ดใบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ์ด Yu-Gi-Oh! Promo Dark Duel Stories ปี 2002 ซึ่งเป็นการ์ดที่ถูกสร้างขึ้นตามเรื่องราวของนักเวทย์ธาตุมืดผู้เป็นการ์เดี้ยนของฟาโรห์ Atem-fused ที่ใช้เวทย์คาถาลวงตาเป็นความสามารถหลัก โดยการ์ดใบนี้เป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่มีหลากหลายราคา ที่อเมริกา จะมีตลาดกลางสำหรับการซื้อขายการ์ดที่เรียกว่า PSA ที่จะแบ่งเกรดการ์ดออกเป็น 10 ระดับ ซึ่งระดับที่ดีที่สุดหรือระดับ 10 ของการ์ดใบนี้เคยถูกประมูลไปที่ราคา 9,999.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 378,000 บาทนั่นเอง

ตามหาการ์ด Dark Magician

 

12. Red-Eyes Black Dragon LOB 1st Edition (2002) 

 

ช่วงปี 2002 ได้มีการเปิดตัวการ์ดมอนสเตอร์ซีรีย์ตำนานของเผ่ามังกร โดยเวอร์ชันแรกที่เปิดตัวนั้นในปัจจุบันได้กลายเป็นของหายากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในเวอร์ชันแรกของชุด Red-Eyes Black Dragon นั้นมีใบหนึ่งที่ได้รับการประเมินคุณภาพการ์ดสูงสุดจาก PSA เป็นใบลำดับที่ 70 ในชุดของปี 2002 และถูกประมูลไปด้วยมูลค่า 10,600 ดอลลาร์ หรือเกือบ 400,000 บาทนั่นเอง

ตามหาการ์ด Red-Eyes Black Dragon 

 

11. Dark Magician Girl Ghost Card World Championship Promo (2017)

 

เป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่ถูกปล่อยออกมาในงาน Yu-Gi-Oh! World Championship ประจำปี 2017 ซึ่งแจกโดยแนบมากับบัตรเชิญให้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมงานและเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่จัดงานเท่านั้น ทำให้การ์ดใบนี้มีเพียง 1,000 ใบ และในจำนวนการ์ดทั้งหมดก็มีเพียง 24 ใบเท่านั้นที่ได้รับการประเมินโดย PSA ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ระดับเกรด 9 ทำให้ราคาสูงสุดที่การ์ดใบนี้ถูกประมูลไป เป็นราคากว่า 370,000 บาทเลยทีเดียว

ตามหาการ์ด Dark Magician Girl

 

10. Magician’s Force 1st Edition Dark Paladin (2003) 

 

ในตลาดทางฝั่งตะวันตก การ์ดยูกิ Magician’s Force ถือเป็นอีกการ์ดที่มีราคาสูงที่วางขายใน PSA เนื่องจากเป็นรุ่นแรกที่มีการวางจำหน่ายในปี 2003 ทำให้มีเพียง 44 ใบเท่านั้นที่ได้รับการประเมินและคัดเกรดจากตลาดซื้อขายการ์ดดังกล่าว และมีเพียง 12 ใบเท่านั้นที่ได้ผ่านมาตรฐานเกรดสูงสุด ซึ่งจากประวัติการซื้อขายในอดีต การ์ดใบนี้เคยถูกซื้อด้วยมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 8,300 ดอลลาร์ แต่มูลค่าที่แท้จริงในปัจจุบันมีการประเมินว่าสูงถึง 12,000 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 454,000 บาท

ตามหาการ์ด Magician’s Force Dark Paladin

 

9. Iron Knight of Revolution (2017) 

 

ในปี 2017 Iron Knight of Revolution นั้นได้เปิดตัวในงานแข่งระดับโลก หรือ World Championships และที่เหนือไปกว่านั้น การ์ดเวอร์ชันปี 2017 นี้ถูกทำขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น สำหรับเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 รองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชยใน World Championship ที่จัดขึ้นในปีนั้น นั่นเป็นเหตุผลให้การ์ดใบนี้มีความหายากมากเป็นพิเศษ และน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นการ์ดใบนี้อยู่บนหน้าเว็บประมูล ซึ่งครั้งล่าสุดที่เห็นนั้น ก็ถูกประมูลไปในราคา 12,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 492,000 บาท

ตามหาการ์ด Iron Knight

 

8. Morphing Jar Tournament Pack: Season 2 Promo (2002)

 

Morphing Jar เป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่ถูกใช้เป็นการ์ดโปรโมตการแข่งขัน World Tournament ในฤดูกาลที่ 2 ของบางสนามในปี 2002 เป็นการ์ดพิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของเดคบูสเตอร์ระดับ Ultra Rare ทำให้การ์ดมอนสเตอร์รุ่นนี้ใบหนึ่งที่มีเกรดดีที่สุดถูกประเมินราคา และถูกประมูลไปได้ในราคาเกือบ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 567,000 บาท ถือเป็นการ์ดยูกิที่มีราคาเกินครึ่งล้านเลยทีเดียว

 ตามหาการ์ด Morphing Jar

 

7. Doomcaliber Knight Shonen Jump Championship (2008)

 

ในการแข่งขันของ Duelist รายการหนึ่งที่มีชื่อว่า Shonen Jump Championship ในปี 2008 ผู้ชนะจะได้รับ Doomcaliber Knight เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลภายในการแข่งขันเท่านั้น ทำให้การ์ดยูกิใบนี้มีเพียง 68 ใบทั่วโลก เป็นที่ต้องตาของนักสะสมอยู่พอสมควร เห็นได้จากราคาประมูลที่สูงถึง 15,300 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 579,000 บาท แม้ว่าการ์ดใบนั้นจะไม่ได้มีสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดก็ตาม

ตามหาการ์ด Doomcaliber Knight

 

6. Blue-Eyes White Dragon Dark Duel Stories Promo (2002) 

 

ถ้าเคยดูอนิเมะ เรื่อง Yu-Gi-Oh! แล้วคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักมังกรตัวนี้แน่ ๆ Blue-Eyes White Dragon ที่ปรากฎบนการ์ดนี้ถูกใช้ในการ Duel ในอนิเมะหลายต่อหลายครั้งเลยทีเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การ์ดมอนสเตอร์ใบนี้น่าสนใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งความน่าสนใจนี้ก็สะท้อนจากราคาของการ์ดที่สูงเป็นเงาตามตัว แต่การ์ดใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาจากเนื้อเรื่องอนิเมะ เพราะจริง ๆ แล้วมีการเปิดตัวก่อนอนิเมะเสียอีกเพื่อโปรโมตเกมบอยในปี 2002 ทำให้การ์ดใบนี้ถูกประมูลสูงสุดถึง 21,600 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 8.1 แสนบาท

ตามหาการ์ด Blue-Eyes White Dragon

 

5. Perfectly Ultimate Great Moth Dark Duels Stories Promo (2002)

 

ท็อปอันดับ 5 ในลิสต์นี้ ถูกประมูลไปในราคา 22,700 ปอนด์หรือเกือบ 1 ล้านบาท บนเว็บไซต์ eBay ของอังกฤษ สาเหตุก็เพราะ Great Moth Dark Duels ใบนั้นอยู่ในระดับหายากมากเป็นพิเศษ แถมยังเป็น Promotional Card ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อสร้างกระแสโฆษณาวิดีโอเกม Yu-Gi-Oh! ในปี 2002 จึงหายากสุด ๆ และยิ่งยากเป็นพิเศษสำหรับใบที่ผ่านการประเมินตรวจสอบคุณภาพโดย PSA โดยใบที่ถูกประมูลไปนั้นเป็นใบระดับบนสุดตามมาตรฐานนั่นเอง

 ตามหาการ์ด Great Moth

 

4. Cyber-Stein Shonen Jump Championship (2004)

 

ระดับราคาการประมูลสำหรับการ์ดหายากที่ถูกใช้เป็นรางวัลสำหรับการแข่งขัน Shonen Jump Championship ในปี 2004 ใบนี้สูงถึง 30,100 ดอลลาร์ หรือทะลุ 1 ล้านบาท  โดยการ์ดใบนี้ถูกมอบให้เฉพาะผู้ที่มีอันดับต้น ๆ ในการแข่งขันดังกล่าวเท่านั้น จึงทำให้มีราคาที่สูงมาก เพราะทั้งนักสะสมและนักเล่นมืออาชีพต่างก็อยากได้การ์ดใบนี้ไว้ครอบครองกันทั้งสิ้น

ตามหาการ์ด Cyber-Stein

 

3. Crush Card Virus Shonen Jump Championship (2007)

 

ไม่บ่อยนักที่การ์ดที่มีราคาสูงติดอันดับโลกจะเป็นการ์ดกับดัก ซึ่งทำให้การ์ดกับดักอย่าง Crush Card Virus ใบนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าการใช้งานในเด็คจะไม่ได้โดดเด่นมากเป็นพิเศษ แถมถูกแบนในฝั่ง TCG ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย แต่สำหรับนักสะสมแล้ว ที่มาของการ์ด ที่มาจากการแข่งขัน Shonen Jump ในปี 2007 แถมมีเพียง 40 ใบบนโลกนั้นก็เพียงพอต่อการเพิ่มมูลค่าของการ์ดให้สูงถึง 49,999 ดอลลาร์ หรือเกือบ 1.9 ล้านบาทแล้ว

 ตามหาการ์ด Crush Card Virus

 

2. Dark Magician LOB 1st Edition (2002)

 

ในอนิเมะช่วงแรก ๆ นั้นมีการ์ดมอนสเตอร์ใบหนึ่งที่ถูกนำมาใช้งานในเด็คของ Yugi Muto ตัวเอกของเรื่อง Yu-Gi-Oh! อยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ Dark Magician นั่นเอง ซึ่งการ์ดใบนี้ถูกพิมพ์จำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 2002 ทำให้การ์ดเวอร์ชันแรกที่ถูกวางจำหน่ายนั้นเป็นที่ต้องการของนักสะสม หรือแม้แต่ผู้เล่นที่ต้องการครอบครองการ์ดที่มีตำนานที่มาอันลึกซึ้ง จึงไม่แปลกใจที่อันดับ 2 ในบทความนี้จะทำให้เจ้าของการ์ดใบเดิมได้เงินไปมากถึง 85,000 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 3.2 ล้านบาท!

ตามหาการ์ด Dark Magician

 

1. Tournament Black Luster Soldier - 1999 Tournament Exclusive Prize Card

 

ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าการ์ดยูกิทำจากกระดาษคุณภาพสูง พร้อมการสลักลวดลายหรือลูกเล่นต่าง ๆ ที่สุดแสนจะประณีต แต่สำหรับการ์ดใบนี้ มีความพิเศษกว่าใบอื่น ๆ เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการเปิดตัว Tournament แรกของ Yu-Gi-Oh! ในปี 1999 จึงได้มีการมอบรางวัลเป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่า Black Luster Soldier ซึ่งความพิเศษของการ์ดใบนี้คือทั้งใบนั้นทำจากสเตนเลส มีสีทองทั่วทั้งการ์ด ทำให้การ์ดใบนี้ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนในฐานะของสะสมมาอย่างยาวนาน และคงความเป็นที่ 1 ทุกครั้งที่จัดอันดับการ์ดยูกิที่แพงที่สุด ในอดีตมีการตั้งราคาขายไว้สูงถึง 9-10 ล้านดอลลาร์ แต่จากรายงานล่าสุดที่ตรวจสอบได้ การ์ดใบนี้ถูกซื้อขายจริงไปในราคาประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 70 ล้านบาท ซึ่งไม่ว่าการ์ดใบนี้จะมีราคาที่แท้จริงเท่าไหร่ ก็ไม่พ้นความจริงที่ว่าการ์ดใบนี้จะยังคงเป็นการ์ดยูกิที่แพงและหายากที่สุดในโลกอยู่ดี

ตามหาการ์ด Black Luster Soldier

 

 

การ์ดยูกิที่แพงที่สุดประจำปี 2026

นอกจาก Tournament Black Luster Soldier ที่ยังครองอันดับ 1 มาอย่างยาวนานแล้ว อีกหนึ่งการ์ดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแวดวงนักสะสมช่วงปี 2026 ก็คือ Tyler the Great Warrior การ์ดที่มีเรื่องราวสุดพิเศษ เพราะถูกสร้างขึ้นผ่านมูลนิธิ Make-A-Wish ในปี 2005 ให้กับ Tyler Gressle เด็กชายที่ป่วยเป็นมะเร็งตับ โดย Tyler เป็นผู้ออกแบบการ์ดด้วยตัวเอง ภาพประกอบวาดโดย Kazuki Takahashi ผู้สร้าง Yu-Gi-Oh! เองโดยตรง และมีการผลิตเพียงใบเดียวในโลกเท่านั้น

หลังจากเก็บการ์ดใบนี้ไว้นานเกือบ 20 ปี Tyler ได้นำออกประมูลในปี 2023 และปิดการขายไปที่ราคา 311,211 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 11 ล้านบาท ทำให้กลายเป็นการ์ดยูกิที่แพงที่สุดอันดับ 2 ของโลกในแง่ของราคาประมูลที่ตรวจสอบได้จริงต่อสาธารณะ รองจาก Black Luster Soldier เท่านั้น และยังคงเป็นที่จดจำในฐานะการ์ดที่ผสมผสานความหายากระดับ 1 ใน 1 เข้ากับเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน ๆ ทั่วโลก

ข้อควรระวังในการสั่งซื้อการ์ดยูกิออนไลน์

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าตลาดการซื้อขายการ์ดยูกิในต่างประเทศนั้นมีความดุเดือดมาก แต่ในไทยอาจจะมีเฉพาะกลุ่ม ซึ่งถ้าหากคุณต้องการจะเข้าสู่วงการนักสะสม หรือหาซื้อการ์ดยูกิที่มีราคาสูงผ่านช่องทางออนไลน์จากญี่ปุ่น คุณควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายให้มั่นใจก่อน ยิ่งถ้าผู้ขายอ้างว่าการ์ดได้รับการประเมินจาก PSA ในสหรัฐอเมริกาแล้ว คุณควรตรวจสอบใบรับรองซึ่งมีเลขรหัสเฉพาะจากผู้ขายก่อนตัดสินใจทำการซื้อขาย

ถ้าคุณสนใจสั่งซื้อการ์ดยูกิแท้จากญี่ปุ่น ลองเข้าไปดูสินค้าจากในเว็บ ZenMarket - บริการสั่งของจากญี่ปุ่น ได้โดยคลิกที่ด้านล่าง

สั่งซื้อการ์ดยูกิจากญี่ปุ่น ➤

   

  

 

ZenMarket คือเว็บไซต์ที่จะช่วยให้คุณช้อปจากญี่ปุ่นได้อย่างสะดวก & ง่ายดาย

สมัครวันนี้เพื่อรับทันที ZenPoints 500 แต้ม

สมัครใช้งานฟรี!

 

บทความ| 20/05/2565 | Anime/MangaToys/Game

 

ประตูสู่การช้อปออนไลน์จากญี่ปุ่น

ZenMarket คือ เว็บสั่งของจากญี่ปุ่น ที่จะช่วยคุณสั่งของและประมูลสินค้าจากร้านออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่นพร้อม ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านคุณ วิธีการสั่งซื้อนั้นง่ายมาก อีกทั้งคุณยังสามารถติดต่อ แอดมินชาวไทย เมื่อมีข้อสงสัย
ถ้าคุณยังไม่มีบัญชีผู้ใช้ สมัครฟรี และรับทันที 
ZenPoints 500 แต้ม สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก! พิเศษ! ส่งพัสดุชิ้นแรกตอนนี้ รับฟรีทันที ZenPoints อีก 100 แต้ม! คุณสามารถรับ ZenPoints ได้ทุกครั้งที่ส่งพัสดุ จนถึงพัสดุชิ้นที่ 3

→ ดูสินค้าขายดีจากญี่ปุ่น